Posted on

‘รพ.เด็ก’ คิดค้นนวัตกรรม คัดกรองโรคหัวใจพิการ

รายงานโดยธนาคารโลกในปี 2558 พบว่าอัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดในประเทศไทยอยู่ที่ 7:1,000 การเกิดมีชีพ เมื่อเทียบกับประเทศมาเลเซีย 4:1,000 และประเทศสิงคโปร์ 1:1,000 การเกิดมีชีพ ประกอบกับ องค์การอนามัยโลกได้วางเป้าหมายให้ลดอัตราการเสียชีวิตในเด็กอายุ ต่ำกว่า 5 ปี ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50

นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการศึกษาแผนพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทย พบว่าโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงเป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตในทารกแรกเกิด มีอุบัติการณ์เกิดประมาณ 8:1,000 ของทารกเกิดมีชีพ หรือประมาณ 6,000-7,000 คน จากจำนวนทารกเกิดใหม่ปีละ 800,000 คนของประเทศไทย ในจำนวนนี้มีทารกกลุ่มหนึ่งเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่รุนแรง และมีโอกาสเสียชีวิตภายในช่วง 1 เดือนแรกของชีวิตประมาณเกือบ 1,000 คนต่อปี ซึ่งส่งผลต่อความสูญเสียของครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ แต่หลังจากสถาบันสุขภาพเด็กฯ โดย นพ.ธนะรัตน์ ลยางกูร ที่ปรึกษาด้านโรคหัวใจ ได้ร่วมศึกษาปัญหาของการเสียชีวิตของทารก พบว่าหากอาศัยอาการทางคลินิกที่ใช้อยู่ จะทำให้การวินิจฉัยโรคได้ล่าช้า แพทย์จะเริ่มสงสัยโรคหัวใจหลังจากทารกมีอาการรุนแรงแล้ว ส่งผลต่อการดูแลรักษาและผลการรักษาที่ตามมา จึงได้ร่วมทำการศึกษาเรื่องการตรวจคัดกรองเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงในทารกแรกเกิด ก่อนจะอนุญาตให้ทารกกลับบ้านพร้อมแม่ วิธีการคัดกรอง จะใช้เครื่องตรวจวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในกระแสเลือด (Pulse Oximeter: PO) วัดค่าทางผิวหนังที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าของทารก ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความเสี่ยงใดๆ ต่อทารก ใช้เวลาน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ มีความน่าเชื่อถือได้ในระดับสูง บุคลากรของโรงพยาบาลทุกแห่งที่ให้บริการด้านการคลอดแม้ในระดับปฐมภูมิสามารถทำการคัดกรองได้ โดยดำเนินการศึกษาการคัดกรองทารกที่ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังเกิดก่อนให้เด็กกลับบ้านจาก 12 โรงพยาบาล ตั้งแต่ปี 2555-2557 โดยมีทารก 47,279 ราย ได้รับการคัดกรอง พบว่าสามารถคัดกรองเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงโดยที่ทารกยังไม่แสดงอาการที่รุนแรงของโรค ทุกรายได้รับการตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจเพื่อยืนยันโรคหัวใจรวมทั้งสิ้น 21 ราย และเมื่อรวมกับผลการตรวจพบทางคลินิกจากกุมารแพทย์ที่ทำการตรวจร่างกายทารกแรกหลังเกิดปกติ พบว่าสามารถให้การวินิจฉัยว่า ทารกเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงได้ ก่อนที่จะอนุญาตให้เด็กกลับบ้านได้สูงถึงร้อยละ 81 ส่วนกลุ่มที่ผลการคัดกรองเป็นลบ จะได้รับคำแนะนำให้สังเกตอาการต่อที่บ้าน และนำกลับมาพบแพทย์ในกรณีที่สงสัยว่าเด็กอาจจะมีปัญหาทางด้านโรคหัวใจ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth